6 นิสัยต้องห้าม ถ้าไม่อยากแก่เร็ว
27 ธันวาคม 2560 เวลา 16:09 น.| เปิดอ่าน 3783 ครั้ง

 

การใช้ชีวิตอย่างหนักหน่วงจากการทำงานอย่างมุ่งมั่นจนหลงลืมดูแลตัวเองบวกกับค่านิยมที่ผิด ๆ ที่นำมาใช้ติดกันจนเป็นนิสัย ทำให้สิว ฝ้า ตีนกา ริ้วรอยเหี่ยวย่นโผล่ขึ้นมาเพ่นพ่านบนใบหน้า หลายๆคนดูแก่ก่อนวัย คงเป็นเรื่องที่ยากจะรับได้ใช่มั้ยคะ ใครรู้ตัวว่ารับไม่ได้ ไม่อยากมีหน้าแก่เกินวัยก็คงจะต้องลดละ 6 นิสัยต่อไปนี้อย่างจริงจังแล้วล่ะ ส่วนจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

-นิสัยนอนดึก

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่เพียงแต่จะทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และเจ็บ-ป่วยง่ายขึ้นแล้ว ยังทำให้ร่างกายทรุดโทรมและแก่เร็วอีกด้วย ลองสังเกตง่ายๆแค่คุณอดนอนติดต่อกัน ใบหน้าจะโทรมอย่างเห็นได้ชัด แถมใต้ตายังดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้า เนื่องจากเลือดไหลเวียนไม่ทั่วบริเวณรอบดวงตาซึ่งเป็นส่วนที่ผิวหนังอ่อนบางมากจึงเห็นได้ชัดที่สุด ดังนั้นการนอนเร็วและพักผ่อนให้เต็มที่จึงเป็นสิ่งดีๆที่ต้องทำ โดยช่วงเวลาในการนอนหลับที่ดีที่สุดก็คือสี่ทุ่มถึงตีสี่

ทั้งนี้ เพราะเป็นเวลาที่ร่างกายผลิตสารเมลาโทนินออกมามากที่สุด ซึ่งจะทำให้เราหลับลึกค่ะ และในช่วงของการหลับลึกร่างกายก็จะผลิตโกรทฮอร์โมน(HGH) ออกมาปริมาณมาก และโกรทฮอร์โมนก็จะเข้าไปทำหน้าที่กระตุ้นการซ่อมแซมฟื้นฟูเซลล์ต่าง ๆ ในร่าง กาย โดยเฉพาะคอลลาเจนใต้ผิวหนัง การนอนดึกและนอนน้อยจะทำให้โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาน้อย ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ขอบตาหมองคล้ำ ผิวหนังเหี่ยวย่นและดูแก่เร็วขึ้นนั่นเอง

-นิสัยคิดลบ ยิ่งคิดยิ่งเครียด

ปัญหาของคนคิดลบ มักเริ่มจากการคิดเยอะ คิดมาก หงุดหงิดง่าย วิตกกังวลกับเรื่องที่เกิดในแต่ละวัน ทั้งเรื่องงาน แฟน ครอบครัว สัพเพเหระที่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยแต่คุณกลับนำมาคิดให้เป็นเรื่องใหญ่ สุดท้ายก็กลายเป็นความเครียดที่ทำให้สมองหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ถ้ามีคอร์ติซอลมากเกินไปเซลล์ต่าง ๆ ก็จะเสื่อมสภาพเร็ว หัวใจ หลอดเลือด ระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติ

ผลเสียจากการคิดลบ วิตกกังวลและเครียดที่ชัดเจนที่สุดก็คือ จิตใจที่หดหู่ ห่อเหี่ยว และริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เพิ่มขึ้นบนใบหน้าของเรานั่นเองค่ะ ทำให้ดูแก่เกินวัย ในขณะที่บางคนก็เป็นหนักถึงเป็นไมเกรน หรือเครียดลงกระเพาะ ดังนั้น หากไม่อยากแก่เร็วก็ควรเลิกนิสัยคิดมาก คิดลบ ลองปล่อยวางสิ่งรอบตัวลง คิดให้เป็นเรื่องธรรมชาติที่ผ่านมาเดี๋ยวผ่านไป เท่านั้นใจก็เป็นสุขแล้วค่ะ

-กลัวแดด

ใครที่คิดว่าแสงแดดเป็นตัวการทำร้ายผิวให้หมองคล้ำกันล่ะ เลิกคิดซะให้ไว เพราะจริงๆแล้วแดดนี่แหละที่ส่งผลดีต่อจิตใจ เป็นตัวกระตุ้นความอ่อนเยาว์ในตัวเราให้ฟื้นขึ้นมาได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรคต่างๆ

การใช้ชีวิตอยู่ในที่ที่ห่างไกลจากแสงแดดเป็นเวลานานจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ มากขึ้นเรื่อยๆ แสงแดดในปริมาณที่เหมาะสมยังช่วยกระตุ้นการลำเลียงออกซิเจนในเซลล์เม็ดเลือด แดงทำให้เซลล์ผิวของเราแข็งแรงขึ้น และยังช่วยลดอาการอักเสบในชั้นเซลล์ผิวของเราด้วยค่ะ

หากใครไม่เชื่อ ลองสังเกตุเวลาเราออกไปเดินเล่น ปั่นจักรยาน นั่งรถกินลมชมวิวแล้วได้สูดอากาศจากธรรมชาติรอบ ๆ เราจะรู้สึกสดชื่นขึ้นใช่มั้ยค่ะ นั่นเป็นเพราะคุณกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่รู้สึกปลอดโปร่ง ผ่อนคลาย ความเครียดลดลงและสมองจะหลั่งสารแห่งความสุขอย่างเอ็นดอร์ฟินส์ออกมานั่นเอง

-ขี้เกียจกำลังกาย

หลายคนอาจจะคิดว่าถ้ามีรูปร่างดี ควบคุมน้ำหนักได้ก็ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายให้เหนื่อย แต่จริงๆ แล้วการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกาย หัวใจแข็งแรงขึ้น การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น สิ่งสกปรกที่อยู่ในรูขุมขนจะไหลออกมาพร้อมกับเหงื่อแล้วผิวก็จะได้รับ ออกซิเจนอย่างเต็มที่ ช่วยทำให้ผิวพรรณกระชับ สดใส เปล่งปลั่ง ดูมีน้ำมีนวลค่ะ สาวๆที่ออกกำลังกายบ่อยๆจะรู้สึกสดชื่นสมองปลอดโปร่งผ่อนคลายและนอนหลับสบาย มากขึ้นด้วยค่ะ

สาวๆที่ไม่อยากแก่เร็ว อ้วนเผละ ก็ควรหาเวลาออกกำลังกายนะคะ เริ่มจากการออกไปเดิน-วิ่ง หรือปั่นจักรยานในสวนสาธารณะใกล้บ้าน ช่วยกระตุ้นให้เราสลัดความขี้เกียจออกจากตัวไปได้ค่ะ การชวนเพื่อนๆไปออกกำลังกายก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้เรากระตือรือร้นมากขึ้น หรือไม่ก็สมัครสมาชิก fitness เพราะการเสียตังค์อาจสร้างแรงดึงดูดใจให้ตัวเองขยันไปออกกำลังกายมากขึ้นก็ ได้ค่ะ

-สูบบุหรี่มากไป

การสูบบุหรี่นั้นทำอันตรายต่อผิวหนังได้รุนแรงพอๆ กับการโดนแสงแดดเผาเพราะภัยของบุหรี่จะทำให้กล้ามเนื้อหดรั้งตัว จึงเกิดรอยย่นรอบดวงตา ตามหน้าผากและรอบปาก ทำให้เล็บมือมีสีเหลือง ฟันมีคราบสีน้ำตาล มีกลิ่นปาก ซึ่งล้วนทำลายบุคลิกภาพ  และยังทำให้หลอดเลือดอุดตัน  เกิดแผลเรื้อรังที่มือและขาได้ ไม่อยากแก่ก็เลิกนะคะ แรกๆ อาจจะยากนิดนึง แต่เชื่อเถอะว่าไม่นานก็ชินไปเองค่ะ

-นิสัยติดหวาน  รู้ไว้น้ำตาลทำให้แก่

น้ำตาลเป็นเครื่องชูรสให้ทั้งเครื่องดื่มและอาหาร เรียกว่าขาดไม่ได้เลยทีเดียวความหวานของน้ำตาลที่เรารับในแต่ละวัน หากมากไปก็เป็นอันตรายนะคะ เพราะน้ำตาลเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง มีสิว ผิวตกกระ เป็นผื่น แผลพุพอง ป่วยและติดเชื้อต่างๆได้ง่ายเพราะน้ำตาลเป็นอาหารของเชื้อโรคค่ะ

น้ำตาลส่วนเกินที่ร่างกายไม่ได้นำไปใช้ยังถูกเปลี่ยนเป็นกรดไขมันสะสม ตามอวัยวะต่างๆ ทั้งตับ ไต หัวใจ หลอดเลือดและผิวหนัง ทำให้เกิดโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด ยิ่งมีน้ำตาลอยู่ในกระแสเลือดมากเท่าไหร่สารอนุมูลอิสระก็จะถูกผลิตเพิ่มมาก ขึ้น ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมเร็วขึ้นค่ะ

วิธีที่ดีที่สุดก็คือพยายามหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสหวาน เค้ก ไอศกรีม ขนมหวานต่างๆ รวมทั้งน้ำอัดลมด้วยค่ะ ใครที่ชอบดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มรสหวานเป็นชีวิตจิตใจ ก็ลองลดปริมาณน้ำตาลลงจากที่เคยเติม 3 ช้อนอาจลดลงเป็น 2 ช้อนและ1 ช้อน เป็นต้น

 

บอกลา 6 นิสัยที่กล่าวมาได้เมื่อไร รับรองคุณจะดูอ่อนเยาว์เป็นอมตะเลยทีเดียวค่ะ